รีวิวซีรี่ย์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 (I told sunset about you 2)

รีวิวซีรี่ย์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 (I told sunset about you 2) หลังจาก ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ ซีซั่น 1’ ประสบความสำเร็จแบบพลุแตก ดังทะลุมิติแบบข้ามทวีป เพราะด้วยความเพอร์เฟคของบทที่ดำเนินเรื่องได้อย่างกระชับ รวมไปถึงนักแสดงมากความสามารถและทีมงานเบื้องหลัง ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย, ช่างแต่งหน้า, เส้นผม ไปจนถึงภาพและสีสุดกลมกล่อมของซีรีส์ ทำให้แฟนคลับติดหนึบจนถอนตัวแทบไม่ขึ้น รู้สึกว่า 5 Episode ยังไม่เต็มอิ่มพอ ดังนั้นจึงเกิดการเรียกร้องให้ทางผู้จัดทำซีซั่นต่อไป จนในที่สุดทาง Nadao จึงได้ทำภาคต่อตามคำเรียกร้อง

โดยในซีซั่นนี้คุณจะสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ที่โตขึ้นจากความรักแบบมัธยมกลายเป็นความรักในระดับมหาลัย ดังนั้นความเข้มข้นในเรื่องของดราม่าจะมากยิ่งขึ้น เริ่มมีความซับซ้อนในความรักมากกว่าการเป็น Puppy Love ในซีซั่นแรกว่ารุนแรงจนทำให้หลายคนเป็นไบโพล่าไปแล้ว ซีซั่นนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นจนแทบจะหยิบเอาเครื่องหายใจมาเพิ่มออกซิเจนให้กับตัวเอง

เพราะความงี่เง่าและการนอกใจของเต๋ทำให้รู้สึกหงุดหงิด จนแทบอยากจะเอาครกฟาดซะให้รู้แล้วรู้รอด ในขณะเดียวกันก็สงสารโอ้วเอ๋วที่จะต้องมาพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งความอินตรงนี้ละครับเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของนักแสดง หากใครกำลังอยากจะหาซีรีส์ดี ๆ ดูสักเรื่อง ผมแนะนำ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2’ ถือเป็นช้อยส์น่าสนใจมาก ๆ เว็บดูหนัง

แปลรักฉันด้วยใจเธอ (ซีรีส์) - Pantip

เรื่องย่อ : หลังจากทั้งสองคนได้เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมและสังคมของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป เนื่องจากทั้ง ‘เต๋ (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล)’ และ ‘โอ้วเอ๋ว (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร)’ อยู่กันคนละมหาลัย โดยในช่วงแรกทั้งคู่พยายามกระชับความสัมพันธ์ด้วยการที่เต๋ไปนอนในคอนโดของโอ้วเอ๋วในทุกคืน แต่ด้วยการจราจรอันติดขัดรวมไปถึงระยะทางค่อนข้างจะไกล ทำให้เต๋เข้าคลาสสายและเหนื่อยในการทำกิจกรรมภายในชมรมการแสดง ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือเต๋จะต้องอยู่ภายในหอในของมหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อย ๆ ห่างกันออกไป หากคุณอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะรอดหรือไม่ ? ต้องไปติดตามกันเอาเองนะครับ

หมายเหตุ: ขออนุญาตออกตัวก่อนว่าไม่ได้ดูซีรีส์เพราะดราม่าเมื่อคืนนะ ตั้งใจแต่แรกว่าจะรอให้ซีรีส์ออกมาสักครึ่งนึงก่อนค่อยเริ่มดู เพราะจุดพีคของเรื่องน่าจะราว ๆ EP3 นี่แหละ เพราะครึ่งเรื่องพอดี แต่พอดูจบ เปิดทวิตเตอร์มา ดราม่ามาเต็ม ซึ่งเมื่อวานก็ไม่ได้เป็นวันที่ซีรีส์ฉายด้วย ทำให้ผมงงเข้าไปอีก แต่พอไล่อ่านดู เข้าใจว่าเหมือนจะมีดราม่าใน Clubhouse เลยมาต่อกันในทวิตน่ะนะ

เอาเป็นว่าผมก็จะรีวิวตามความรู้สึกที่ได้ดูไปแล้วกันนะครับ อาจจะมีปน ๆ กับที่ได้อ่านมา และเห็นต่างกับคนอื่นบ้าง ซึ่งรีวิวนี้จะเปิดเผยเนื้อหาสำคัญถึง EP3 ของ Part 2 ทั้งนี้ผมดูมาตั้งแต่ Part แรกแล้วแต่ไม่ได้รีวิว เพราะเป็นซีรีส์ที่ผมรู้สึกว่าเขียนรีวิวแบบไม่สปอยล์เลยยากมาก (Part แรก เลยไม่ได้เขียน แต่ต่อไปอาจจะมีเขียนแบบสปอยล์ปน ๆ มาบ้างครับ เดี๋ยวจะไม่ได้เขียนอะไรเลย ฮา ๆ) หนังใหม่

ใน Part 2 นี้ เต๋กับโอ้เอ๋วได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอยู่กันคนละมหาลัย ซีรีส์เปิดเรื่องมาได้ดีเลยล่ะ ทั้งมุมมองของคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ความฝันของเต๋ การเข้าชมรม การได้พบเพื่อนใหม่ของเต๋และโอ้เอ๋ว

ซึ่งเนื้อหาใน Part 2 เหมือนจะมีเป้าของซีรีส์อยู่แล้วว่าจะเล่นประเด็นเรื่องของความอยากเป็นนักแสดงของเต๋ และอาจลามไปถึงการเลิกกัน การเปลี่ยนไปของนิสัยตัวละคร เพราะการได้รู้จักสังคมใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ

ซีรีส์เดินเรื่องไปหาเป้าหมายนั้นอย่างชัดเจนมาก มากเสียจนผมรู้สึกว่ามันมีความน่าอึดอัดอยู่พอสมควร คือมันแห้งแล้งไป ผมคิดว่าปัญหาคือซีรีส์ทำตอบโจทย์ GOAL ที่ตัวเองอยากจะไปให้ถึงมากเกินไป (ซึ่งผมคิดว่า GOAL นั้น น่าจะมาให้เห็นใน 2 ตอนสุดท้าย) ทำให้ความรู้สึกด้านบวกของซีรีส์มันมีอยู่น้อย..เหมือนบอกว่าอยากให้ซีรีส์มีรสเผ็ดก็เลยใส่พริกเยอะ ๆ ทำให้รสชาติอื่นจางลง เพราะไปหนักที่เผ็ดหมดแล้ว ไม่มีรสเค็ม รสหวาน ให้รู้สึกเท่าไหร่

ส่วนตัวแล้วผมเองก็ไม่ได้คิดว่าซีรีส์ต้องมาคอยทำฉากแฟนเซอร์วิส (ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ของ Straight หรือ LGBTQ+ ก็ตาม) แต่ใน Part 2 นี้ มันเหมือนกับว่า มันมีแต่โมเมนต์ที่เต๋ทำร้ายความรู้สึกโอ้เอ๋ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราก็ไม่เข้าใจว่าโอ้เอ๋วทนอยู่ได้ยังไง เว็บดูหนังฟรี

ด้วยความที่ซีรีส์ 1 ตอน เทียบเคียงกับประมาณ 1 ปีการศึกษา มันจึงควรมีฉากที่ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองยังดีอยู่เหมือนเดิม หรือ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ซึ่งมันก็พอมี แต่ใน 3 ตอนแรก ส่วนมากจะโฟกัสไปที่การแสดงละครของเต๋ รวมถึงรายละเอียดของนักแสดง (ซึ่งเป็นเนื้อหาเฉพาะกลุ่มมาก ๆ) และความสัมพันธ์กับกลุ่มรุ่นพี่ อย่าง ไจ๋ และขิม มากกว่า กับโอ้เอ๋ว

และพอมีฉากกับโอ้เอ๋ว คือจะเป็นฉากที่ทำให้เรารู้สึกว่าโอ้เอ๋วโดนเต๋ทำร้ายอีกแล้ว ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม แทบไม่มีความสัมพันธ์แบบวันเวลาปกติของเต๋และโอ้เอ๋ว มันเลยชวนอึดอัดว่าทำไมสองคนนี้ยังคบกันได้ (คือ พอมีซีนเจอกัน ก็ต้องเป็นซีนพลังลบซะมากกว่า)

ซึ่งเอาจริง ๆ ในแง่ของการไปเล่าความสัมพันธ์กับเพื่อนเต๋ ผมชอบการเล่าพาร์ทของขิมมาก เรื่องความฝันของขิม เป็นอะไรที่ผมชอบนะที่มีประเด็นนี้อยู่ในซีรีส์ แต่พอเดินเรื่องหนักมาทางเต๋และเพื่อนรุ่นพี่ เลยทำให้เหมือนซีรีส์ไม่ได้เล่าเรื่องราวของเต๋และโอ้เอ๋วเลย (ซึ่งจากเพลงเปิด เห็นพีพี ขึ้นมาชื่อแรก คิดว่าอีกสองตอนน่าจะมีบทเยอะกว่านี้นะ) หนังฟรี

รีวิวซีรี่ย์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2 (I told sunset about you 2)

เลยกลายเป็นว่าซีรีส์เดินเรื่องเหมือนกลัวคนดูจะไม่เชื่อว่า ทำไมจะต้องมีประเด็นให้เลิกกัน แต่ผมกลับเริ่มรู้สึกสวนทางคือ ผมเริ่มจะไม่ค่อยเชื่อว่า ทำไมโอ้เอ๋ว ถึงยังทนคบกับเต๋ คือมันอาจจะมีซีนอื่นที่อยู่ในบท แต่ไม่ได้อยู่ในหนัง เพราะอาจจะกลัวคนไม่เชื่อ GOAL ที่กล่าวไปแล้ว เลยไม่ได้เน้นฉากพวกนี้

มาพูดถึงอีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมคิดว่าผมเห็นต่างจากหลาย ๆ กระแสในทวิตเตอร์ คือหลายคนบอกว่าเต๋ไม่เหมือนเต๋คนเดิม ที่เคยสละที่เรียน เพราะหวังจะให้โอ้เอ๋วได้เรียน ประเด็นนี้ผมกลับมองว่าเต๋ใน Part 2 คือเต๋คนเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด

เต๋เป็นคนที่ปากร้าย โลเล พูดไม่คิด และไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของโอ้เอ๋วเลย ทั้งที่เต๋เรียนถึงปี 3 แล้ว และคบกับโอ้เอ๋วมาเป็นปีแล้ว แต่ยังดูไม่โตขึ้นเลย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าโอ้เอ๋วทนอยู่ได้ยังไง (หรือยังไม่ถึงเป้าหมายที่จะเป็นจุด Coming of Age ของตัวละคร เต๋ ก็เป็นได้) นอกจากนี้เป้าหมายของเต๋ที่มองอะไรด้านเดียวอย่างการตามความฝันที่จะเป็นนักแสดง ก็ยังคงยึดมั่นถืมั่นเหมือนเดิม จนถึงปี 3 (แต่อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะมีซีนกับขิมไปแล้ว)

แปลรักฉันด้วยใจเธอ ss2 ep2 “โอ้เอ๋ว” พีพี กฤษฏ์ หลังจากแยกจากกลุ่มเพื่อน  เรียนวิชาการแสดงคนเดียว “เต๋-โอ้เอ๋ว จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างไร

ในขณะที่โอ้เอ๋วมีความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด มีการทำสีผม สักข้อมือ ลองลงเรียนวิชาใหม่ ๆ จนไปสู่การย้ายสาขาที่เรียน ซึ่งมาจากการได้พบสังคมใหม่ ๆ ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นจุดหนึ่งที่นำไปสู่การแตกหัก และเติบโตในตอนจบ

ยังไงก็ตาม ส่วนตัวแล้วผมก็ยังมองว่าซีรีส์เรื่องนี้ มีประเด็นที่อยากติดตามไปถึงตอนจบครับ เพียงแต่เส้นทางที่ซีรีส์เดินไปแตกต่างจากเดิมพอสมควร เพราะรสชาติของ Part 1 และ Part 2 เป็นเหมือนการเดินเรื่องต่อกัน แต่ประเด็นที่หยิบยกมาเล่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย ถ้าพาร์ทแรกเป็นเรื่องราวของการไม่รู้ใจตัวเองของเต๋ พาร์ทหลังคงเป็นเรื่องราวของการมองแฟนเป็นของตายของเต๋ นั่นเอง ดูหนังฟรี

ลุ้นกันยันวินาทีสุดท้าย! เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วกับบทสรุปความรักของ เต๋ แสดงโดย บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ โอ้เอ๋ว แสดงโดย พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ในซีรีส์เรื่อง แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 EP.5 (I Promised You the Moon) ตอนจบ เรียกได้ว่ากระแสดีตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้าย จนพุ่งติดเทรนทวิตเตอร์อันดับ 1 ในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว

อดฟินไม่ได้จริงๆกับตอนสุดท้าย แอบลุ้นว่าบทสรุปความรักของทั้งคู่นั้นจะจบลงอย่างไร โอ้เอ๋ว จะไปร่วมงานแต่งงานของ โกหุ้น พี่ชาย เต๋ ไหม ? แล้วทั้งคู่จะคืนดีกันไหม ? สุดท้ายฝันก็เป็นจริง เป็นไปตามคาด พร้อมกับฉากเซอร์ไพรส์ตอนจบที่ เต๋ เปิดตัวแฟนอย่าง โอ้เอ๋ว แบบเป็นทางการ พร้อมโพสต์รูปภาพส่งท้ายซีรีส์ ผ่านไอจีของตัวนักแสดงอย่าง เต๋ พร้อมแคปชั่นว่า “แต่งครับ”

โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไร พร้อมจับมือแล้วพูว่า “นี่แหละคือปัญหาแรกที่เราต้องแก้ไปพร้อมกัน” ทำให้สะท้อนชีวิตจริงว่า ชีวิตคู่รักเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะเจอปัญหาต่างๆที่ถาโถมเข้ามา แต่สิ่งที่สำคัญคือคู่ของคุณต้องเหนียวแน่นพอที่จะสู้ไปพร้อมกันและไม่ยอมปล่อยมือจากกันแค่นั้นเอง

งานนี้ทำเอาแฟนๆ ต่างพากันฟินทั้งในจอและนอกจอกันเลยทีเดียว เมื่อ พีพี กฤษฏ์ ได้โพสต์รูปภาพคู่กับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ หลังจากที่ซีรีส์จบทันทีพร้อมแคปชั่นที่ทำเอาหลายคนต่างพากันนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว นอกจากในจอจะเปิดตัวแล้ว หรือว่า ชีวิตจริงก็กำลังจะเปิดตัวน้า?

โดย พีพี ได้โพสต์รูปภาพพร้อมเขียนข้อความแคปชั่นระบุไว้ว่า “ภูมิใจในตัวเธอตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้นะ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันตลอด” ดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *